1272965523380705 1272965523380705
top of page

กระตุ้นตลาดทุนด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านสามกองทุน

ประหยัดภาษีผ่านสามกองทุนนี้ เมื่อกระทรวงการคลัง ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เตรียมกระตุ้นตลาดทุนด้วยสิทธิลดหย่อนทางภาษี ✅อัพเดตข่าวสารด้านภาษีและบัญชีจากสถาบัน KASME อบรมบัญชี อบรมภาษีCPD🔰คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติม https://www.kasmethai.com/taxwatch #TaxTips #AccountingNews

อบรมบัญชี อบรมภาษี ฝึกอบรม ตารางอบรม2567 สัมมนา หลักสูตร cpd ออนไลน์ elearning เรียนรู้บัญชี เรียนรู้ภาษี สรรพากร สภาวิชาชีพบัญชี KASME สถาบันคัสเม่ นับชั่วโมง ระยอง กรุงเทพ ชลบุรี จันทบุรี นครปฐม นนทบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา อยุธยา ปราจีนบุรี เชียงใหม่ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครศรีธรรมราช ขอนแก่น กฏหมายภาษี มาตรฐานการบัญชี อมตะซิตี้ นิคมอุตสาหกรรม บัญชี ยื่นภาษี คืนภาษี ลดหย่อนภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ฐานภาษี เรียนบัญชี บันทึกบัญชี บัญชีรายรับรายจ่าย สภาวิชาชีพบัญชี โปรแกรมบัญชี ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี บัญชีคู่ ธรรมนิติอบรม ธรรมนิติ อบรม cpd

เตรียมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เมื่อกระทรวงการคลัง ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เตรียมแก้เกณฑ์เงื่อนไขกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : TESG fund) เพื่อกระตุ้นตลาดทุนและเสริมความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน คาดจะเสนอเข้ากระทรวงการคลังในเร็วๆ นี้


ทั้งนี้เงื่อนไข TESG ใหม่ จะขยายวงเงินให้นำไปลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุดไม่เกิน 3 แสนบาท จากเดิม 1 แสนบาท และปรับลดระยะเวลาถือครองเดิม 8 ปี เหลือเพียง 5 ปี นอกจากนั้นจะเพิ่มประเภทหุ้นยั่งยืนที่ TESG สามารถเข้าไปลงทุนได้อีกประมาณ 200 หุ้น จากเงื่อนไขเดิมที่มีจำนวนกว่า 128 หุ้น ส่งผลให้มีหุ้นที่สามารถลงทุนได้มากกว่า 300 หุ้น


คาด TESG ใหม่ จะมีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดทุน 30,000 ล้านบาท ในช่วงเวลาเปิดขายหน่วยลงทุน 4- 5 เดือนปีนี้ เมื่อเทียบกับกองทุน TESG ที่ออกมาเมื่อช่วงปลายปี 2566 ที่มีระยะเวลาการดำเนินการเพียง 1 เดือน และมีเม็ดเงินลงทุนราว 6,000 ล้านบาท


อย่างไรก็ดีนอกจากกองทุน TESG (เกณฑ์ใหม่) ปัจจุบันยังมี กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund : RMF) และ กองทุนรวมเพื่อการออม (Super Savings Fund : SSF ) ซึ่งล้วนเป็นกองทุนลดหย่อนภาษี


เงื่อนไข สิทธิประโยชน์ทางภาษี ของทั้ง 3 กองทุน ว่ามีความแตกต่างอย่างไรบ้าง ดังนี้


1.กองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน : TESG (เกณฑ์ใหม่)


นโยบายลงทุน :

ต้องลงทุนมากกว่า 80% ของ NAV ดังนี้

1. หุ้นใน SET/MAI โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (E) / ESG หรือเปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจก หรือระดับการประเมิน CG Ratingของ IOD และมีการเปิดเผยข้อมูลด้านบรรษัทภิบาล (G) ในระดับ และ รูปแบบ ที่ ก.ล.ต. กำหนด

2. ESG Bond

3. Green Token

4.หุ้นไทยที่อยู่ในดัชนี ESG ที่ได้รับความเชื่อถือระดับสากล


สิทธิประโยชน์ทางภาษี :

เงินลงทุนจากการซื้อหน่วยลงทุน นำมาลดหย่อนภาษีได้ในอัตราไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท สำหรับปีภาษีนั้น


เงื่อนไขลงทุน :

ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี


ขายได้เมื่อไร :

ต้องถือหน่วยลงทุนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุน (นับแบบวันชนวัน ไม่ใช่นับแบบปีปฏิทิน )


กองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน : TESG (เกณฑ์เดิม)


นโยบายลงทุน :

ต้องลงทุนเท่ากับหรือมากกว่า 80% ของ NAV ดังนี้

1. หุ้นใน SET/MAI โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (E) /ESG หรือเปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจก

2.ESG Bond

3.Green Token


สิทธิประโยชน์ทางภาษี :

เงินลงทุนจากการซื้อหน่วยลงทุนนำมาลดหย่อนภาษีได้ในอัตราไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับปีภาษีนั้น


เงื่อนไขลงทุน :

ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี


ขายได้เมื่อไร

ต้องถือหน่วยลงทุนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 8 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุน (นับแบบวันชนวัน ไม่ใช่นับแบบปีปฏิทิน )


2.กองทุนรวมเพื่อการออม : SSF


นโยบายลงทุน :

ลงทุนในสินทรัพย์ทุกประเภท ( ตามนโยบายของกองทุนนั้น ๆ) อาทิในตลาดเงิน ตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ สินทรัพย์ทางเลือก อาทิ ทองคำ และอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนผสม ที่มีนโยบาลการลงทุนในหลายประเภทสินทรัพย์


สิทธิประโยชน์ทางภาษี :

ลดหย่อนภาษีได้ โดยไม่กำหนดขั้นต่ำ แต่ต้องไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับสิทธิลดหย่อนเพื่อการเกษียณอื่นๆ จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท


เงื่อนไขลงทุน :

ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี


ขายได้เมื่อไร

ต้องถือหน่วยลงทุนให้ครบ 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุน (แบบวันชนวัน ไม่ใช่นับแบบปีปฏิทิน)


3.กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ : RMF


นโยบายลงทุน :

ลงทุนในสินทรัพย์ได้ทุกประเภท เช่นเดียวกับ กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)


สิทธิประโยชน์ทางภาษี :

ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับ SSF และกองทุนเกษียณอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท


เงื่อนไขลงทุน :

ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี (หรืออย่างน้อยปีเว้นปี)


ขายได้เมื่อไร

ถือจนถึงอายุครบ 55 ปี และต้องลงทุนอย่างน้อย 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุน (นับแบบวันชนวัน ไม่ใช่แบบปีปฏิทิน )


ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ


สถาบัน KASME🔵

รหัสสถาบัน 06-153(สภาฯบัญชี)

รหัสองค์กร 3-0011(กรมสรรพากร)

โทร 033 060 395, LINE: KASMETHAI

เว็บไซต์สถาบัน: www.kasmethai.com

สนทนาพาทีภาษาภาษี และบัญชี กับวิทยากรประจำสถาบัน ในกลุ่มกระดานภาษี ADD LINE ID: KASMETHAI และแจ้งแอดมิน "ขอเข้ากลุ่มภาษี".

Comments


Featured Posts
Recent Posts
Archive
Search By Tags
Follow Us
  • Facebook Basic Square
  • Google+ Basic Square
bottom of page