สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับประกันสุขภาพ

ภาครัฐได้มีมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทำประกันสุขภาพกับบริษัทประกันที่ประกอบกิจการในประเทศไทย โดยสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพไปหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

โดยหลักเกณฑ์ และวิธีการเพื่อการยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นเบี้ยประกันสุขภาพของผู้มีเงินได้ มีดังนี้

 

#เบี้ยประกันสุขภาพที่นำมาหักลดหย่อนได้
1. การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล อันเกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะ เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ
2. การประกันภัยอุบัติเหตุเฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลการทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะและการแตกหักของกระดูก
3. การประกันภัยโรคร้ายแรง (Critical Illnesses)
4. การประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long Term Care)

 

#หลักเกณฑ์การใช้สิทธิหักลดหย่อน
1. ปีภาษี 2560 ผู้มีเงินได้ต้องมีใบเสร็จรับเงิน หรือหนังสือรับรองจากบริษัทที่ได้ทำประกันไว้มาประกอบการยื่นลดหย่อนภาษีเงินได้
2. ปีภาษี 2561 เป็นต้นไป ผู้มีเงินได้ที่ประสงค์จะนำเบี้ยประกันสุขภาพไปลดหย่อนภาษีต้องแจ้งความประสงค์ให้บริษัทที่ได้ทำประกันไว้ เพื่อให้บริษัทนำส่งข้อมูลเบี้ยประกันสุขภาพให้แก่กรมสรรพากร โดยผู้มีเงินได้ไม่ต้องใช้หลักฐานประกอบการขอลดหย่อนภาษีอีก

 

จึงเห็นได้ว่าตั้งแต่ปีภาษี 2561 เป็นต้นไป ผู้มีเงินได้ที่จะใช้สิทธินำเบี้ยประกันสุขภาพไปลดหย่อนภาษี ต้องแจ้งกับบริษัทประกันที่ได้ทำประกันสุขภาพไว้ โดยนำแบบฟอร์มจากบริษัทประกันที่ระบุการใช้สิทธิหักลดหย่อนประกันสุขภาพ หลังจากนั้นบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้แจ้งข้อมูลให้กรมสรรพากร โดยผู้มีเงินได้ไม่ต้องแนบหลักฐานหักลดหย่อนประกันสุขภาพพร้อมการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีก ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระในการจัดเก็บเอกสารของผู้มีเงินได้แล้ว ยังถือเป็นการเพิ่มความสะดวกในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกด้วย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: นิตยสารมุมสรรพากร ฉบับที่ 78 เดือน พฤศจิกายน 2561

Please reload

Featured Posts

ปลอดอากร On The East

November 26, 2019

1/10
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive