กฎหมายภาษีใหม่ล่าสุด ปี 2025 สำหรับแรงงานต่างชาติในประเทศไทย #ภาษีชาวต่างชาติ
- Kasme Co., Ltd.

- 12 พ.ย. 2568
- ยาว 1 นาที

กฎภาษีใหม่ล่าสุด ปี 2025 สำหรับแรงงานต่างชาติในประเทศไทย #ภาษีชาวต่างชาติ
[ที่มา:กรมสรรพากร]
แรงงานต่างชาติที่ทำงานอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย กำลังเผชิญกับกฎระเบียบทางภาษีที่เข้มงวดขึ้น เนื่องจากรัฐบาลไทยมีความพยายามปรับระบบภาษีให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยจากข้อมูลในเดือนสิงหาคม 2024 มีแรงงานต่างชาติที่ลงทะเบียนทำงานในประเทศไทยมากกว่า 3.3 ล้านคน หน่วยงานรัฐจึงเข้มงวดมากขึ้นในการบังคับใช้ เพื่อให้ทุกคน รวมถึงแรงงานต่างชาติ ที่มีรายได้ในประเทศไทย ปฏิบัติตามภาระทางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างถูกต้อง
ตามกฎหมายภาษีของไทย หากชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในรอบปีปฏิทิน จะถือว่าเป็น “ผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษี” ซึ่งหมายความว่าต้องเสียภาษีจากรายได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะได้มาจากในประเทศหรือจากต่างประเทศ ส่วนผู้ที่ไม่ได้มีถิ่นที่อยู่ (อยู่ไม่ถึง 180 วัน) จะเสียภาษีเฉพาะรายได้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น
ระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยเป็นแบบ “อัตราก้าวหน้า” (Progressive Rate) โดยอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นตามรายได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อน ดังนี้
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ปัจจุบัน)
รายได้สุทธิ 0 – 150,000 บาท: ได้รับยกเว้นภาษี (แต่ยังต้องยื่นแบบรายงานต่อกรมสรรพากร)
รายได้สุทธิ 150,001 – 300,000 บาท: อัตราภาษี 5%
รายได้สุทธิ 300,001 – 500,000 บาท: อัตราภาษี 10%
รายได้สุทธิ 500,001 – 750,000 บาท: อัตราภาษี 15%
รายได้สุทธิ 750,001 – 1,000,000 บาท: อัตราภาษี 20%
รายได้สุทธิ 1,000,001 – 2,000,000 บาท: อัตราภาษี 25%
รายได้สุทธิ 2,000,001 – 5,000,000 บาท: อัตราภาษี 30%
รายได้สุทธิเกิน 5,000,000 บาท: อัตราภาษี 35%
ชาวต่างชาติสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้หลายรายการเช่นเดียวกับคนไทย เช่น
🚩 ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
🚩 ค่าลดหย่อนคู่สมรส (สูงสุด 60,000 บาท)
🚩 ค่าลดหย่อนบุตร (สูงสุด 30,000 บาทต่อบุตร 1 คน แต่ไม่เกิน 3 คน)
🚩 ค่าลดหย่อนจากการลงทุน เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเบี้ยประกันชีวิต
การยื่นแบบภาษีประจำปีต้องทำผ่าน แบบ ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91 ภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป
ประเทศไทยได้ทำความตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีซ้ำซ้อน (Double Taxation Agreements: DTA) กับมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติต้องเสียภาษีซ้ำซ้อนในรายได้เดียวกัน อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิภายใต้สนธิสัญญาอาจแตกต่างกันไป โดยเฉพาะในกรณีของเงินบำนาญหรือกำไรจากการขายทรัพย์สิน ผู้เสียภาษีจึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีโดยเฉพาะ
นอกจากภาษีเงินได้แล้ว แรงงานต่างชาติยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น
▶️ ค่าธรรมเนียมวีซ่า (โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 2,000 – 5,000 บาท สำหรับวีซ่าประเภท Non-Immigrant B)
▶️ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน (เริ่มต้นที่ 750 บาท สำหรับระยะเวลา 3 เดือน)
▶️ เงินสมทบประกันสังคม (หักจากเงินเดือน 5% แต่ไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน)
ผู้ที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากมีรายได้ต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาท และบางธุรกิจ เช่น บริการทางการเงินหรือให้เช่าที่ดิน ยังอาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเพิ่มเติม การไม่ปฏิบัติตามอาจถูกปรับเป็นจำนวนมาก หรือแม้แต่จำคุก
กรมสรรพากรได้ปรับแนวทางสำคัญเกี่ยวกับ “รายได้จากต่างประเทศ” โดยตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นมา ผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยต้องเสียภาษีจากรายได้ที่นำเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าจะได้มาช่วงเวลาใด ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากกฎเดิมที่เก็บภาษีเฉพาะรายได้ที่นำเข้ามาในปีเดียวกับที่ได้รับเท่านั้น รัฐบาลไทยยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีเพิ่มเติม ซึ่งอาจนำไปสู่ระบบ การเก็บภาษีจากรายได้ทั่วโลก (Worldwide Income Taxation) อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต
รับคำปรึกษาโดยตรงจาก อ.ดำริ ดวงนภา, ผู้สอบบัญชีภาษีอากร, ประสบการณ์ด้านภาษีมากกว่า 30 ปี อดีตเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านภาษีให้กับองค์กรทั้งไทยและต่างประเทศ อาจารย์ยังเป็นผู้เขียนตำราภาษี รวมถึงวิทยากรและผู้ฝึกอบรม ถ่ายทอดความรู้ด้านภาษีให้กับทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน
-------------------
อ่านบทความอื่นๆได้ทาง: https://www.kasmethai.com/taxwatch
-------------------
สถาบัน KASME🔵
รหัสสถาบัน 06-153(สภาฯบัญชี)
รหัสองค์กร 3-0011(กรมสรรพากร)
Website: www.kasmethai.com














































ความคิดเห็น